ภูมิลำเนาเดิมบ้านหาดแพง

เดิม นั้น เป็นบ้านร้างมาแต่เก่าก่อน จะร้างมาแต่เมื่อใดนั้นไม่มีใครทราบ แต่มีหลักฐานบ้านเก่าให้เห็นอยู่ เช่นต้นมะม่วงขนาดใหญ่วัดรอบลำต้นได้ ราวๆ 3-4 อุ้มแขน ต้นมะม่วงดังกล่าวนี้ได้ตายไปเมื่อปี พ.ศ. 2510 ที่ยังเหลือในตอนที่พ่ออุ้ยแก้วเกษียน (30 กันยายน ปี พ.ศ. 2530) ต้นโพธิ์ใหญ่ (ต้นไทร) และตาเผาไห ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ขุมข้าว ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่ติดกับฝั่งแม่น้ำสงคราม ห่างจากโรงเรียนไปทางทิศใต้ ประมาณ 5-6 เส้น นอกจากนี้ก็เคยขุดพบไหกระดูกคนโบราณ บรรจุอยู่ในไหทรงสูงตามบริเวณ สนามโรงเรียนบ้านหาดแพง ซึ่งมีลักษณะเหมือนกันกับขุดพบที่โรงเรียนบ้านยางงอย (หมู่บ้านติดกับหาดแพง ห่างกัน 2 กิโลเมตร) จึงสันนิษฐานว่า บ้านร้างแห่งนี้ คงจะร้างไปในสมัยกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งสุดท้าย เมื่อ ปี พ.ศ.. 2310 หรืออาจจะแตกในตอนเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกยกทัพไปตีเมืองเวียงจันทร์และได้ เดินทัพผ่านมาใกล้ในแถบนี้ (ปี พ.ศ. 2324) จึงได้กวาดต้อนเอาคนในเขตนี้ไปก็ได้ ตามที่พิจารณาดูหลักฐาน เช่นต้นไม้ ทุ่ง่นาร้าง เห็นว่าบ้านเก่าแห่งนี้ได้ร้างไป ประมาณ 20-30 ปี (ก่อนมาตั้งบ้าน เมื่อปี พ.ศ. 2390 - 2400) ในสมัยศึกเจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทร์ยกทัพไปตีเมืองนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2369 เพราะชาวบ้านสมัยนั้นยังไม่เจริญ เมื่อทราบว่ามีศึกสงครามเกิดขึ้น ประชาชนก็จะแตกตื่น ต่างอพยพครอบครัว วัวควาย ลูกเล็กเด็กแดง หนีไปก่อน เพราะกลัวจะถูกจับไปเป็นทหาร หรือถูกเกณฑ์ไปหาบหามเสบียงอาหาร เด็กและผู้หญิงก็กลัวจะถูกฆ่าและข่มขืน เป็นต้น

การตั้งชื่อหมู่บ้าน
เมื่อ มาสร้างบ้านขึ้นใหม่ๆ (ปี พ.ศ. 2390-2400) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ยังไม่มีชื่อ แต่ชาวบ้านใกล้เคียงที่ผ่านไปมาหาสู่ ได้เรียกว่า บ้านฮักแพง เพราะคนที่มาตั้งบ้านเป็นเสี่ยว (เพื่อน) ฮักแพง(รัก)กัน มีอะไรก็แบ่งสรรปันส่วนกันกินกันใช้ รักกันฉันท์พี่น้อง มีความรักใครปรองดองซึ่งกันและกัน อยู่กันด้วยความสงบสุข สมชื่อว่า บ้านฮักแพงจริงๆ ต่อมานานเข้าคนเรียกชื่อบ้านฮักแพงเพี้ยนไป เป็น บ้านหาดแพง อย่างในปัจจุบันนี้
แสดงความคิดเห็น