กลอนประวัติอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม


    ศรีสงครามนามใหม่ใช่นามเก่า                  จะขอเล่าเรื่องราวเมื่อคราวหลัง
ความเป็นไปอย่างไรมาให้ฟั                         เริ่มแรกตั้งครั้งไหนอย่างไรกัน
อันความเดิมเริ่มมีมาเมื่อค                            เมืองวานรแดนดินถิ่นอิสาน
มีขอบเขตกว้างไกลจนเกิ                            จึงแบ่งงานปันเขตประเทศไป
แยกเป็นกิ่งอำเภอบ้านอากาศ                      อีกทางราชช่วยเสริมเพิ่มชื่อให้
กิ่งอากาศอำนวยสวยดั่งใจ                          ตั้งเมื่อไหร่ไม่รู้การหลักฐานมา
เมืองอากาศธรรมชาติช่างอำนวย                 มีสาวสวยชาวไทยโย้ยอยู่แน่นหนา
สายน้ำยามไหลผ่านย่านท้องนา                  ฝูงปูปลาหาไม่ยากมีมากมาย
แต่ว่าการไปมาหาสู่นั้น                               แสนกันดารลำบากยากเหลือหลาย
นายอำเภอผู้ปกครองต้องวุ่นวาย                 จำต้องย้ายกิ่งอากาศนิราศไป
          ปีสองพันสี่ร้อยหกสิบสี่                     ต้องย้ายที่ทำการไปบ้านใหม่
คือสามผงดงพระเนาจงเข้าใจ                     ตั้งกิ่งได้ไม่กี่เดือนก็เคลื่อนคลา
จากสามผงไปอยู่ดงบ้านพระเนา                 ชื่อบ้านเก่าศรีเวินชัยกระไรหนา
งานเริ่มสร้างหวังจะตั้งเป็นพารา                  แต่ชะตาไม่ถึงคลาดจึงพลาดพลัน
          ปีสองพันสี่ร้อยหกสิบห้า                   พระเทศาเมืองอุดรในตอนนั้น
ชื่อพระยศสุนทรสัญจรพลัน                         เที่ยวด้นดั้นตรวจการผ่านมาดู
จึงเห็นว่าศรีเวินชัยไม่เหมาะสม                    แม้อุดมอย่างไรไม่น่าอยู่
พื้นที่แคบขยายเมืองไม่เฟื่องฟู                    กับตั้งอยู่ไกลหมู่บ้านย่านตำบล
          ปีสองพันสี่ร้อยหกสิบหก                  ได้ย้ายยกยาตรามาอีกหน
หมายท่าบ่อบ้านริมน้ำสีครามปน                  เป็นชุมชนแหล่งการค้านานาภัณฑ์
บ้านท่าบ่อเหมาะดีศรีสง่า                            อยู่ริมท่าน้ำสงครามงามมหันต์
เป็นศูนย์กลางของตำบลชุมชนกัน                จึงตั้งมั่นเป็นกิ่งอย่างจริงจัง
ตั้งชื่อใหม่ให้งามเป็นนามกิ่ง                        เพื่อเป็นมิ่งมงคลแต่หนหลัง
ชื่อบ่อศรีสงครามงามจีรัง                             เป็นที่ตั้งบ้านเมืองรุ่งเรืองมา
อยู่บ่อศรีสิบห้าปีมีแต่สุข                              ไม่มีทุกข์สุขล้วนถ้วนทั่วหน้า
ได้เสริมสร้างบ้านเมืองรุ่งเรืองมา                   ปวงประชาสามัคคีไม่มีภัย
แต่หน้าฝนฝนรินหลั่งไหลพรั่งพรู                  เป็นฤดูน้ำไหลหลั่งทั้งหลากหลาย
สองฟากฝั่งน้ำสงครามงามวิไลย์                  เนืองนองไหลล้นแอ่งแหล่งธารา
ตามท้องทุ่งท้องนาและป่าไม้                       น้ำหลากไหลไปทั่วทุกทิศา
การสัญจรขึ้นล่องต้องนาวา                          ฝูงมัจฉานานาพันธุ์นั้นมากมาย
ทุกแหล่งหล้าท่าบ่อศรีวารีหลั่ง                     เปรียบเหมือนดั่งฝั่งทะเลน้ำหลากหลาย
จะปลูกบ้านแปลงเมืองให้เรียงราย                ที่ขยายออกไปไม่ได้เลย
          ล่วงเวลามาถึงปีสี่แปดหนึ่ง                 ความทราบถึงพ่อเมืองรู้ไม่อยู่เฉย
ออกตรวจตราเยี่ยมประชามาตามเคย             ไม่ละเลยเพื่อล่วงรู้ดูเหตุการณ์
ท่านพ่อเมืองพระพนมนครานุรักษ์                 ได้ประจักษ์เห็นแจ้งทุกสถาน
กิ่งบ่อศรีสงครามน้ำท่วมกัน                           จะเสกสรรสร้างต่อไปไม่เจริญ
จึงสั่งการท่านหัวหน้ารักษากิ่ง                        อย่าได้นิ่งนอนใจให้นานเนิ่น
หาแห่งใหม่ให้เหมาะดีเป็นที่เนิน                    ให้สูงเกินกว่าก่อนอย่านอนใจ
เมื่อพ่อเมืองสั่งการไม่นานช้า                         ท่านหัวหน้ากิ่งอำเภอท่าบ่อศรี
ปลัดพราหมรัตนมาลี                                     เสาะหาที่ทำเลใหม่ได้ทันการณ์
ที่ดงเมยเคยเห็นเป็นเด่นชัด                           ท่านปลัดจัดสำรวจตรวจสถาน
เห็นพื้นที่กว้างไกลมาก่อนกาล                       มีสายธารผ่านมาจบไหลพบกัน
คือแม่น้ำศรีสงครามกับน้ำอูน                         นับว่าบุญสมหวังดั่งเสกสรรค์
เป็นแม่น้ำสายสำคัญบรรจบกัน                       เหมือนสวรรค์ปั้นแต่งแบ่งประทาน
ตรงสามเหลี่ยมทองคำลำน้ำอูน                      เป็นที่พูนเพิ่มพลามหาศาล
ดินอุดมสินสมทรัพย์นับประการ                      ทั้งเป็นย่านศูนย์กลางหว่างชุมชน
ที่ตรงนี้มีบ้านน้อยงอยริมท่า                           เป็นบ้านป่ากลางดงใหญ๋ในไพรสน
มีนามว่าบ้านปากอูนตระกูลชน                       จากสกลเผ่าคนโซ่แต่โบราณ
          ท่านนายพราหมปลัดกิ่งไม่นิ่งได้           จึงได้ย้ายศรีสงครามตามถิ่นฐาน
มาตั้งใหม่ในดินแดนแสนเบิกบาน                   อยู่ในย่านบ้านดงเมยที่เคยปอง
เมื่อพอศอสองพันสี่ปีแปดห้า                         ไม่รอช้าย้ายศาลามาทั้งผอง
สถานีที่ว่าการงานเนืองนอง                           ได้เข้าครองเขตขัณฑ์กันต่อมา
ตั้งเมืองลงกลางดงในพงใหญ่                        ปราบป่าไม้ให้ราบลงกลางดงหนา
สร้างเป็นเมืองรุ่งเรืองประเทืองมา                   ปวงประชาสุขเกษมเปรมฤดี
กาลเวลาผ่านไปในเบื้องหลัง                         เมื่อแรกตั้งยังเรียกชื่อกิ่งบ่อศรี
อยู่มานานประมาณนับสิบปี                            จนพื้นที่ป่าดงใหญ่กลายเป็นเมือง
          ปีสองพันสี่ร้อยเก้าสิบสี่                       ทางการมีหมายตั้งชื่อให้ลือเลื่อง
ยกฐานะจากกิ่งก้านเป็นบ้านเมือง                   ชื่อประเทืองศรีสงครามนามธานินทร์
ศรีสงครามนามถิ่นดินแหลมทอง                    ชื่อสอดคล้องดั่งน้ำคลองของสายสินธุ์
น้ำสงครามนามน้ำไหลในแดนดิน                   ทุกฐานถิ่นมีสินทรัพย์นับอนันท์
ศรีสงครามนามเมืองชื่อเสียงดี                       ประชาชีมีแต่สุขเกษมสันติ์
สามัคคีมั่นคงรักพงศ์พันธุ์                              ด้วยยึดมั่นมีศีลธรรมประจำใจ
ศรีสงครามจะต้องอยู่คู่ดินฟ้า                          สายธาราศรีสงครามน้ำหลั่งไหล
ไม่เหือดแห้งชื่อฉ่ำดั่งน้ำใจ                            อยู่คู่ไทยไปชั่วฟ้ากาลนาน
******************************
แสดงความคิดเห็น