เรื่องจริงในอดีตกับการจับโจร


เรื่อง  ศึกษาชัยปล้ำโจร
                ครู  ที่มีหน้าที่ให้การศึกษาแก่นักเรียนนั้น  ในบางครั้งครูอาจทำหน้าที่เกินกว่าตำแหน่งหน้าที่  เช่น  เป็นผู้ตัดสินหรือพิพากษาคดี  เป็นผู้จับโจรผู้ร้าย  จับอาวุธรบข้าศึกษา  เป็นนักพัฒนา  เป็นที่ปรึกษาหารือและประชาสัมพันธ์  ฉะนั้นครูเราจึงมีบทบาทหลายอย่าง  คือเป็นผู้พิพากษา  เป็นทนายความ  เป็นตำรวจ  เป็นทหาร  เป็นปลัดหรือนายอำเภอ  เป็นผู้ใหญ่บ้าน  กำนัน  บางครั้งบางทีก็เสี่ยงต่อชีวิตก็มี  ฉะนั้นจึงขอนำเรื่อง “ศึกษาชัยปล้ำโจร”  ซึ่งเป็นเรื่องจริง  มาเล่าสู่ฟัง...

                เมื่อ  พ.ศ.  2496  นายชัย  ปุกหุต  ศึกษาอำเภอกิ่งอำเภอศรีสงคราม  พร้อมด้วยคณะซึ่งมี  นายวัลลภ  เขียวสังข์  ครูใหญ่โรงเรียนบ้านปากอูน  นายอโณทัย  ขรรค์ศร  เจ้าหน้าที่การเงินของแผนกศึกษากิ่งอำเภอศรีสงคราม  ได้ออกเยี่ยมโรงเรียนประชาบาล  ในเขตตำบลบ้านเอื้อง  ตำบลนาหว้า  และตำบลบ้านเสียว  กิ่งอำเภอศรีสงคราม    การเดินทางครั้งนั้นใช้จักรยานเป็นพาหนะเดินทางวันแรกได้เดินทางไปถึงโรงเรียนบ้านตาล  ตำบลนาหว้า  และได้พักนอนอยู่ที่บ้าน  นายวิจารย์  อุเทนหลอย  ครูใหญ่โรงเรียนบ้านตาล  คิดว่าวันรุ่งขึ้นจะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนบ้านนาหว้า  และโรงเรียนบ้านนางัว  แต่พอรุ่งเช้าวันใหม่  ก็มีราษฎรบ้านนาซ่อม  ตำบลนาหว้า   มาแจ้งความว่า  มีโจรคนหนึ่งชื่อว่าเสือ หนอม  ได้มาพักอยู่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านนาซ่อม  มีอาวุธ  ปืนสั้น  ปืนยาว  และลูกระเบิด  เดียวนี้กำลังบังคับให้ผู้ใหญ่ไปซื้อไก่มาต้มให้กิน  จึงขอเชิญเจ้านายไปจับด้วย
                ศึกษาชัยได้ยินดังนั้น  จึงเอ่ยปากขึ้นว่า  “เอ้อเราก็อยากรู้ว่าเสือมันเป็นอย่างไร  กันก็อยากพบเหมือนกัน”  (พูดสำเนียงโคราช)  พอรับประทานอาหารเช้าเสร็จ  ศึกษาชัย  ปุกหุต  พร้อมด้วยนายวัลลภ  เขียวสังข์  นายอโณทัย  ขรรค์ศร  นายวิจารย์  อุเทนหลอย  ได้จัดหาอาวุธเพื่อจะได้ไปปราบโจร  จึงให้นายวิจารย์  ไปยืมปืนมาเพิ่มเติม  ได้ปืนแฝกลูกซอง  1  กระบอก  มอบให้แก่นายวัลลภ  เป็นผู้ถือ  แล้วออกเดินทางด้วยจักรยานจากบ้านตาลตรงไปยังบ้านนาซ่อมทันที  ไปถึงบ้านนาซ่อมเวลาประมาณ  10  โมงเช้า  นายอโณทัย  ผู้ติดตามได้ชวนศึกษาชัยไปแวะบ้านครูประกอบเสียก่อน  เพื่อจะได้วางแผน  และหาอาวุธปืนเพิ่มอีก  แต่ศึกษาชัยไม่เอาด้วย  เรื่องแค่นี้จะไปวางแผนวางผังกันทำไม  ว่าแล้ว  ศึกษาชัย  กับนายวัลลภ  ก็ขี่จักรยานตรงไปยังบ้านผู้ใหญ่เลย  เมื่อถึงบ้านผู้ใหญ่บ้านศึกษาชัยรีบขึ้นไปบนบ้านทันที  เห็นคนนั่งอยู่บนบ้าน  5 – 6  คน  จึงเอ่ยปากถามไปว่า  “ไอ้เสือหนอมมันอยู่ที่ไหน”  ฝ่ายเสือหนอมกำลังกินข้าว  เมื่อได้ยินเสียงดังนั้นก็หยุดกินอาหาร  ชักปืนออกมายิงไปยังศึกษาชัย  ปืนลั่นดังขึ้นในขณะนั้น  กระสุนปืนโดนแขนศึกษาชัย  ตอนแรกศึกษาชัยนึกว่าแขนหักแล้ว  พอชูแขนขึ้นเห็นว่าไม่เป็นไร  ก็รีบโถมตัวเข้าใส่เสือหนอมอย่างรวดเร็ว  เสือหนอมยั้งตัวไม่อยู่เซถลาล้มลงอยู่ข้างล่าง  ศึกษาชัยอยู่ข้างบน  นายวัลลภ  เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น  จึงรีบเข้าไปช่วย  หมายจะจับขาเสือหนอมไว้  จะผูกมัดเอาทั้งเป็นทีเดียว  พอนายวัลลภเข้าไปใกล้ไอ้เสือหนอมเอาเท้าถีบนายวัลลภกระเด็นไปจนปืนแฝดลูกซองอยู่ในมือหลุดตกลงไปข้างล่างใต้ถุนบ้าน (ปืนไม่มีกระสุน)  นายวัลลภถูกเสือหนอมถีบหน้าอกล้มลงก็เกิดความกลัว  ลุกขึ้นได้รีบวิ่งลงจากบ้านเอาตัวรอด
                ปล่อยให้ศึกษาชัยกับเสือหนอมกอดปล้ำกันอยู่บนบ้านผู้ใหญ่บ้าน  ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วย  ตอนแรกศึกษาชัยขึ้นอยู่ข้างบน  แต่เรี่ยวแรงวัย  57  ปีของศึกษาชัยไม่สามารถที่จะต้านแรงเสือหนอมผู้ยังหนุ่มได้  ในที่สุดเสือหนอมพลิกตัวขึ้นข้างบน  นั่งทับลงทับบนอกศึกษาชัยไว้และแย่งเอาปืนสั้นของศึกษาชัยไปได้  ตอนนี้เสือหนอมมีปืนอยู่ในมือถึง  2  กระบอก  เสือหนอมจี้ปืนลงบนหน้าอกของศึกษาชัยเหนี่ยวไกปืนตั้งหลายครั้ง  แต่ลูกด้านหมด (ศึกษาชัยมีของดี)  ศึกษาชัยเห็นเหตุการณ์เช่นนั้น  จะต่อสู้อีกต่อไปก็มีแต่ทางเสียเปรียบ  จึงได้เอ่ยปากบอกออกแบบลูกผู้ชายว่า  “ไอ้หนอมเอ๋ย  เดี๋ยวนี้กันไม่มีอาวุธอะไรอยู่ในมือแล้ว  ถ้าเอ็งจะยิงกัน  กันก็ตายเปล่า  ถ้าหากเองเป็นลูกผู้ชายจริง  ก็ไม่ควรยิงกัน” (พูดทำนองโคราช)  เมื่อเสือหนอมได้ยินดังนั้น  จึงผละออกจากศึกษาชัยไป  เสือหนอมได้ปืนสั้นเป็น  2  กระบอก  ปืนเสตน  1  กระบอก  ลูกระเบิด  1  ลูก  และลงไปเก็บเอาปืนแฝดลูกซองของนายวัลลภที่ตกลงข้างล่างอีก  1  กระบอก  รวมอาวุธที่เสือหนอมมีอยู่ถึง  5  อย่าง  ประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้นไม่มีใครกล้าเข้าใกล้  เสือหนอมจึงบังคับให้ผู้ใหญ่บ้าน  บ้านนาซ่อม  เป็นตัวประกันไปส่งให้ถึงเขตจังหวัดสกลนคร
                เมื่อเหตุการณ์สงบลง  จึงรีบทำรายงานแจ้ง  นายปรีชา  คะลีล้วน  หัวหน้ากิ่งอำเภอศรีสงคราม  ทราบ  ทางกิ่งอำเภอจึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจออกไป  2  สาย  สายที่  1  ส่ง  ส.อ.พีระ  ตักโพธิ์  พลฯสมัคร  คูณ  โพธิ์สาแสง  พลฯสมัคร  จันทร์  .........  ให้ไปสกัดจับเสือหนอมทางบ้านนาหว้า  และบ้านนางัว  สายที่  2  ส่งพลฯสมัคร  ไพบูลย์  วิชากุล  พลฯสมัคร  โอภาส  ไกรมงคล  พลฯสมัคร  พิทักษ์  ขวดเหล่า  ให้ออกติดตามเสือหนอมไปทางบ้านาซ่อม    บ้านแต้  บ้านท่าเรือ  และบ้านบะหว้า
                เจ้าหน้าที่ตำรวจสายที่  2  ได้ออกติดตามไปถึงบ้านบะหัวเมย  ตำบลบ้านถ่อน  อำเภอพรรณนานิคม  ได้สืบทราบว่า  เสือหนอมได้เอาปืนเสตนไปแลกไฟฉายเดินทาง  ที่บ้านวังม่วง  ตำบลบ้านเซือม  อำเภออากาศอำนวย  และมุ่งหน้าไปทางบ้านถ่อน  อำเภอพรรณนานิคม  ในเวลาบ่ายวันนี้  เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข่าวรีบติดตามไปในเวลากลางคืนวันนั้นเลย
                คืนนั้น  เสือหนอมได้เดินด้วยท่าทางเมื่อยล้า  เพราะหิวฝิ่นและกัญชา  จึงพักนอนอยู่ที่เถียงนานายต้น  ห่างจากบ้านถ่อนประมาณ  1  กิโลเมตรเศษ  บังคับให้  นายต้นและลูกสาว  2  คน  อยู่ดูแลตลอดคืน  และบังคับให้ลูกสาวนายต้น  บีบนวดแข้งขาอีกด้วย  พอรุ่งเช้า  ตาต้นอยากไปไถนาเสือหนอมก็บังคับให้ไถอยู่ใกล้ๆ  เถียงนั้น  ส่วนลูกสาวคนโตเสือหนอมให้บีบนวดขาอยู่ตลอดเวลา  ลูกสาวคนเล็กให้ลงไปนึ่งข้าวอยู่ใต้ถุนเถียงนา  เสือหนอมเห็นว่าสว่างแล้ว  คงไม่มีใครติดตามมา  จึงม่อยหลับไปด้วยความอ่อนเพลีย
                พลฯ  ไพบูลย์  วิชากุล  พลฯ  โอภาส  ไกรมงคล  พลฯ  พิทักษ์  ขวดเหล่า  ได้เข้าล้อมเถียงนาไว้ตั้งแต่กลางคืน  จนสว่างจึงมองไปเห็นเสือหนอมนอนอยู่    เถียงนาแห่งนั้น  พลฯ  ไพบูลย์  ได้โบกมือให้สัญญาณ  นายต้นกับลูกสาวรีบหนีเร็วไว  นายต้นเห็นตำรวจมาช่วยจึงรีบปลดไถพร้อมกับลูกหลบเข้าไปในป่า  ฝ่ายเสือหนอมได้ยินพลายทรัพย์ (ลูกหลอด)  กระซิบที่หูว่า  “พ่อๆ  ตำรวจมา”  เสือหนอมพูดด้วยเสียงโมโหว่า “ทำไมมึงไม่บอกกูแต่คืนนี้” เสือหนอมรีบลุกขึ้นยิงปืนไปยังตำรวจทันที  พลฯไพบูลย์  จึงค่อยๆคลานเข้าไปบังจอมปลวกซึ่งอยู่ใกล้กับกระท่อมเถียงนา  ทันใดนั้นเสือหนอมกำลังจับระเบิดขึ้นมา  พลฯไพบูลย์  รีบยิงสวนไปทันที  ปืนถูกมือที่ถือระเบิดหลุดตกลงไปข้างล่าง  เสือหนอมจึงกระโจนลงจากเถียงนาวิ่งเข้าไปหาจอมปลวกที่  พลฯไพบูลย์  อาศัยอยู่นั่น  และได้ยิงต่อสู้กันหลายนัด  ในที่สุด  เสือหนอมก็ถูกกระสุนปืนและวิ่งออกไปล้มนอนอยู่กลางทุ่ง  เพื่อนตำรวจได้ร่วมกันระดมยิงอีกตั้งหลายนัด  จึงสามารถปลิดชีวิตของเสือหนอมได้....................นี่แหละ  ทำดี  ได้ดี  ทำชั่ว  ได้ชั่ว..................
แสดงความคิดเห็น