ประวัติอำเภอศรีสงคราม จังหวัดนครพนม ตอนที่ 1


ก่อน  พ.ศ.  2445  หมู่บ้านต่างๆ  ที่อยู่ในเขตปกครองของ  อำเภอบ้านแพง  อำเภอศรีสงคราม  และอำเภอนาหว้า  ในปัจจุบันนี้นั้น  ขึ้นอยู่ในเขตปกครองของเมืองไชยบุรี  และเมืองท่าอุเทน  ทั้งสองเมืองนี้ได้กำหนดเอาลำแม่น้ำสงครามเป็นเส้นกั้นเขตแดนในการปกครองดูแล  ดังนี้       
เมืองไชยบุรี  ปกครองหมู่บ้านต่าง    ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำสงคราม  ตั้งแต่ปากแม่น้ำสงครามจนถึงปากน้ำฮี้  ต่อกับเขตเมืองวานรนิวาส  จังหวัดสกลนคร  ทางด้านเหนือสุดภูเขาลังกา  ต่อเขตกับเมืองบึงกาฬ  จังหวัดหนองคาย  ลงไปจดกับลำแม่น้ำโขงทางด้านฝั่งขวาลงไปจนถึงปากแม่น้ำสงคราม  ที่เมืองไชยบุรี  (เรียกนามเต็มว่า  “เมืองไชยสุทธิ์อุตตมบุรี”)

เมืองท่าอุเทน  ปกครองหมู่บ้านต่างๆ  ทางด้านฝั่งขวาของแม่น้ำโขง  ตั้งแต่ปากแม่น้ำสงครามลงไป  ถึงเวินพระบาทและปากห้วยบ่อ  ต่อกับเขตอำเภอเมืองหนองบึก  (นครพนม)  ทางด้านตะวันตกถือเอาลำน้ำสงครามทางฝั่งขวา  ตั้งแต่ปากแม่น้ำสงครามขึ้นไปจนถึงปากห้วยน้ำยาม  ต่อเขตเมืองอากาศ  จังหวัดสกลนคร  ทางด้านใต้สุดบ้านรามราช  บ้านโพนสวรรค์  ต่อเขตเมืองโพธิ์กุสุมาลย์  จังหวัดสกลนคร
พ.ศ.  2445  ทางราชการได้จัดระเบียบการปกครองหัวเมืองต่างๆ  ทั่วประเทศ  โดยเปลี่ยนเมือง  ให้เป็นอำเภอ   มีนายอำเภอเป็นผู้ปกครอง  ดังนั้นเมืองไชยบุรี  เป็น อำเภอไชยบุรี  เมืองท่าอุเทน  เปลี่ยนเป็น  อำเภอท่าอุเทน  ส่วนการปกครองยังคงเดิม  แต่ให้หลายๆหมู่บ้านรวมกัน  ตั้งเป็นตำบล  หลายๆตำบลรวมกันตั้งเป็นอำเภอ  หลายอำเภอรวมกันตั้งเป็นจังหวัด  หลายจังหวัดตั้งเป็นมณฑล
พ.ศ.   2457  ทางราชการเห็นว่า  อำเภอไชยบุรี  กับอำเภอท่าอุเทน  ตั้งอยู่ใกล้กันมากททางราชการจึงได้ให้ยุบอำเภอไชยบุรี  ให้รวมเข้ากับอำเภอท่าอุเทนเป็นอำเภอเดียว  ในขณะนั้นมีตำบลต่างๆ  ขึ้นกับอำเภอท่าอุเทน  ประมาณ  19  ตำบล  คือตำบลท่าอุเทน  ตำบลท่าจำปา   ตำบลไชยบุรี  ตำบลพนอม  ตำบลพะทาย   ตำบลหนองแวง   ตำบลบ้านแพง   ตำบลนาทม   ตำบลสามผง  ตำบลบ้านข่า  ตำบลนาเดื่อ  ตำบลบ้านเอื้อง  ตำบลนาหว้า  ตำบลบ้านเสียว  ตำบลบ้านค้อ  ตำบลโพนสวรรค์  ตำบลนาขมิ้น  ตำบลรามราช  ตำบลขามเตี้ย  นับว่าเป็นอำเภอที่มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควร
พ.ศ.  2467  เนื่องจากหมู่บ้านและตำบลต่างๆ  ทางด้านฝ่ายเหนือของอำเภอท่าอุเทนอยู่ห่างไกลจากที่ตั้งอำเภอมาก  การปกครองดูแลและการไปตรวจราชการของเจ้านายไปไม่ค่อยทั่วถึงนัก  การคมนาคมลำบากมาก   ถนนหนทางยังไม่มี  ส่วนมากการไปมาจะใช้ทางน้ำเป็นทางคมนาคม  คือแม่น้ำโขง  และแม่น้ำสงคราม  ส่วนทางบกจะเป็นทางเกวียน  กับเดินเท้า  โดยมากจะใช้เกวียน  และม้าเป็นพาหนะเดินทาง
ทางราชการเห็นว่า  กิ่งอากาศอำนวย  ตั้งอยู่ใกล้กับอำเภอวานร  จึงสั่งให้ยุบกิ่งอากาศอำนวยรวมเข้ากับอำเภอวานรนิวาสตามเดิม   แล้วยกเอาหน่วยงานของกิ่งอำเภออากาศอำนวย  ไปตั้งที่บ้านสามผง  อำเภอท่าอุเทน   จังหวัดนครพนม  โดยมี  รองอำมาตย์ตรี  ทิน  เสริฐศรี  เป็นปลัดอำเภอประจำกิ่งอำเภอคนแรก
การตั้งกิ่งอำเภออยู่ที่บ้านสามผงนั้น  ยังชื่อเป็น  กิ่งอำเภออากาศอำนวย  ตามเดิม  โดยรวมเอาตำบลต่างๆ  ทางฝ่ายเหนือของอำเภอท่าอุเทน  จำนวน  8  ตำบล  คือ  ตำบลบ้านข่า  ตำบลนาเดื่อ  ตำบลบ้านเอื้อง  ตำบลบ้านเสียว  ตำบลนาหว้า  ตำบลหนองแวง  ตำบลนาทม  ตำบลสามผง    ตั้งกิ่งอำเภออยู่ที่บ้านสามผงไม่ถึงปี  ก็ย้ายไปอยู่ที่บ้านดงพระเนา  (บ้านศรีเวินชัย)  เหตุที่ย้ายจากบ้านสามผงก็เนื่องจากไม่มีสถานที่จะสร้างสถานที่ราชการ  จะตัดถนนหนทางเพื่อวางผังเมืองใหม่ไม่ได้  เพราะบ้านเรือนของประชาชนปลูกไว้อย่างหนาแน่นก่อนแล้ว  จึงได้ย้ายไปตั้งกิ่งอำเภอที่บ้านศรีเวินชัยในปลายปีนั้น
เหตุผลที่ไปตั้งกิ่งอำเภอที่บ้านศรีเวินชัยนั้น  เพราะบ้านศรีเวินชัย  ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสงครามเพื่อจะใช้เป็นทางคมนาคมได้ง่ายและสะดวก  กับบริเวณพื้นที่ของดงพระเนาก็กว้างขวาง    ยังไม่มีผู้อยู่อาศัย  ตัดถนนหนทางและวางผังสร้างบ้านเมืองได้สะดวก  อีกประการหนึ่งที่บ้านศรีเวินชัยเคยเป็นบ้านเก่าแก่  ซากวัตถุโบราณให้เห็นอยู่จนทุกวันนี้  ขณะที่ขุดถนนวางผังเมือง  ได้ขุดพบพระทองคำ  และวัตถุอื่นๆ   อีกมาก  ส่วนพระทองคำนั้น  ได้เก็บไว้ที่สถานีตำรวจอำเภอศรีสงคราม  จำนวน  2  องค์  เป็นพระพุทธรูปทองคำแท้  ถือว่าเป็นสมบัติอันล้ำค่า  และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของอำเภอศรีสงคราม
พ.ศ.  2465  ในสมัยขุนพนมอำนวยสุข  (นายคำไพ  มณีปกรณ์)  เป็นปลัดกิ่งอำเภอนั้น  ได้มีพระยายศสุนทร  มหาดไทยมณฑลอุดรธานี  เดินทางมาตรวจราชการถึงกิ่งอำเภออากาศอำนวย  ที่บ้านศรีเวินชัย  เห็นว่า  บ้านศรีเวินชัยไม่เหมาะสมในการตั้งเป็นอำเภอ  เพราะไม่เป็นศูนย์กลางของตำบลต่างๆ  จึงพิจารณาเห็นว่า  ที่บ้านท่าบ่อ  เป็นหมู่บ้านที่มีความเจริญ  เป็นย่านการค้าขาย  และตั้งอยู่ระหว่างกลางของตำบลต่างๆ  การคมนาคมทางน้ำก็สะดวกดี  มีเรือไฟกล  (เรือกำปั่น)  แล่นจากลำน้ำโขงเข้าสู่ลำแม่น้ำสงครามถึงบ้านท่าบ่อได้ทุกฤดูกาล  ขุนพนมอำนวยสุข  ปลัดอำเภอประจำกิ่งฯ  จึงได้ย้ายกิ่งอำเภอจากบ้านศรีเวนชัย  มาตั้งขึ้นที่บ้านท่าบ่อ  เมื่อ  พ.ศ.  2466  และได้เปลี่ยนชื่อจากกิ่งอำเภออากาศอำนวย  เป็น  “ กิ่งอำเภอบ่อศรีสงคราม “
พ.ศ.  2481  พระพนมนครานุรักษ์  ข้าหลวงประจำจังหวัดนครพนม  ได้เดินทางมาตรวจราชการที่กิ่งอำเภอบ่อศรีสงคราม  เห็นว่าการตั้งกิ่งอำเภออยู่ที่บ้านท่าบ่อนี้นั้น  เห็นว่ายังไม่เหมาะสมอยู่หลายประการ  เพราะบริเวณที่ตั้งที่ว่าการนั้นคับแคบมาก  จะขยายออกไปให้กว้างขวางไม่ได้เลย   ประกอบกับพื้นที่ของหมู่บ้านท่าบ่อก็อยู่ในระดับต่ำ  ฤดูฝนน้ำท่วมถึงทุกๆปี  จึงสั่งการให้ปลัดอำเภอประจำกิ่ง  คือ  นายพราหม  รัตนมาลี  ไปสำรวจพื้นที่ที่จะตั้งอำเภอเสียใหม่  ที่เห็นว่าเหมาะสม  เพื่อจะได้สร้างอำเภอให้เจริญกว้างขวางต่อไป
พ.ศ.  2485  นายพราหม  รัตนมาลี  ปลัดอำเภอประจำกิ่งอำเภอบ่อศรีสงคราม  ได้เลือกทำเลที่จะตั้งอำเภอใหม่ได้ที่ดงเมย  บ้านปากอูน  ตำบลนาเดื่อ  เพราะป่าดงเมยมีบริเวณกว้างขวางเหมาะสมที่จะขยายที่ปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการให้เป็นบ้านเมืองที่เจริญก้าวหน้าได้  จึงได้วางผังเมืองเสนอต่อข้าหลวงประจำจังหวัดนครพนม  เพื่อขออนุมัติต่อกระทรวงมหาดไทย  เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว  จึงได้ย้ายกิ่งอำเภอจากบ้านท่าบ่อ  มาสร้างขึ้นที่กลางดงเมย  บ้านปากอูน  ตำบลนาเดื่อ  เมื่อปี  พ.ศ. 2485  ตอนแรกยังเรียกชื่อว่า  “กิ่งอำเภอบ่อศรีสงคราม”  ตามเดิม
พ.ศ.  2494  ทางราชการได้ยกฐานะกิ่งอำเภอบ่อศรีสงครามขึ้นเป็นอำเภอ  จึงได้ขนานนามอำเภอใหม่ว่า  “ อำเภอศรีสงคราม”  มีนายอำเภอมาปกครองคนแรก  ชื่อ  นายอัตต์  ทิพพาทย์  มีตำบลอยู่ในปกครอง  จำนวน  10  ตำบล  คือ  ตำบลศรีสงคราม  ตำบลท่าบ่อสงคราม  ตำบลบ้านข่า  ตำบลนาเดื่อ  ตำบลบ้านเอื้อง  ตำบลบ้านเสียว  ตำบลนาหว้า  ตำบลหนองแวง  ตำบลนาทม  และตำบลสามผง
พ.ศ.  2491  ทางราชการได้ตั้งกิ่งอำเภอบ้านแพง  ขึ้นที่ตำบลบ้านแพง  อำเภอท่าอุเทน  ทางราชการจึงได้ตัดโอนเอกตำบลหนองแวง  กับตำบลนาทม  ของเขตอำเภอศรีสงคราม  ไปขึ้นกับกิ่งอำเภอบ้านแพง
พ.ศ.  2514  ทางราชการได้ตั้งกิ่งอำเภอนาหว้าขึ้นที่  บ้านนาหว้า  โดยแยกเอาหมู่บ้านในตำบลบ้านเสียว  กับตำบลนาหว้า  ตั้งเป็นกิ่งอำเภอนาหว้า
ในปัจจุบัน  อำเภอศรีสงคราม  ได้พัฒนาสร้างเมืองขึ้นกลางดง  จนบัดนี้ได้กลายเป็นบ้านเป็นเมือง  มีความเจริญก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ  นับตั้งแต่สร้างอำเภอขึ้นที่บ้านปากอูนมาถึงปัจจุบันมีอายุได้  45  ปี  ในปี  2530  นี้  รวมกับตอนตั้งอยู่ที่  บ้านสามผง  บ้านศรีเวินชัย  และบ้านท่าบ่อได้  66  ปี  ถ้าเป็นข้าราชการก็คงเกษียณอายุไปแล้ว  นับว่าเป็นอำเภอที่เก่าแก่พอสมควร
แสดงความคิดเห็น