ยาสมุนไพรกับธาตุในร่างกายมนุษย์

รสยาประจำธาตุ (รสยาแก้ตามธาตุ)
เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าในร่างกายของมนุษย์เรานั้น ประกอบขึ้นจากธาตุทั้ง 4 คือ ธาตุดิน 20 ธาตุน้ำ 12 ธาตุลม 6 และธาตุไฟ 4 เมื่อธาตุใดธาตุหนึ่งเกิดพิการหรือเจ็บป่วยขึ้น คัมภีร์แพทย์แผนโบราณได้จัดรสยาไว้แก้ดังนี้
•ปถวีธาตุ (ธาตุดิน 20) เมื่อพิการ แก้ด้วยยา รสฝาด รสหวาน รสมันและรสเค็ม
•อาโปธาตุ (ธาตุน้ำ 12) เมื่อพิการ แก้ด้วยยา รสเปรี้ยว รสขมและรสเมาเบื่อ
•วาโยธาตุ (ธาตุลม 6) เมื่อพิการ แก้ด้วยยา รสขุม และรสเผ็ดร้อน
•เตโชธาตุ (ธาตุไฟ 4) เมื่อพิการ แก้ด้วยยา รสเย็น รสจืด
การจัดรสยาแก้ให้ถูกต้องตามธาตุดังที่กล่าวมาแล้ว จึงจะทำให้โรคหรืออาการเจ็บป่วยไข้หายหรือบรรเทาลงได้
รสยาแก้ตามวัย (แก้ตามอายุ)
ในที่นี้แบ่งช่วงอายุออกเป็น 3 วัย แต่ละวัยเกิดโรคแตกต่างกัน และใช้รสยาแก้ต่างกัน ดังนี้ คือ
•ปฐมวัย (วัยเด็ก) ตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 16 ปี วัยเด็กเป็นโรคเพื่อเสมหะ (สมุฏฐานอาโป) ควรใช้ยารสหวาน รสเปรี้ยว รสขม
•มัชฌิมวัย (วัยกลาง หรือวัยหนุ่มสาว) ตั้งแต่อายุ 16 ปี จนถึงอายุ 32 ปี เป็นโรคเพื่อโลหิตและดี (คือสมุฏฐานอาโป) ควรใช้ยารสเปรี้ยวฝาด รสเปรี้ยวเค็ม และรสขม
•ปัจฉิมวัย (วัยผู้เฒ่าหรือวัยคนแก่) ตั้งแต่อายุ 32 ปี จนถึงอายุ 64 ปี หรือจนสิ้นอายุขัย เป็นโรคเพื่อลมกำเลิบ (คือสมุฏฐานวาโย) มีอาโปแทรก คือเสมหะกับเหงื่อแทรก ใช้ยารสขม รสร้อน รสเค็ม รสฝาด รสหอม
รสยาแก้ตามฤดู
ฤดูในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะ 3 นั้น คือ ใน 1 ปี มี 3 ฤดู ๆ ละ 4 เดือน และถือว่าเป็นฤดูแห่งกองโรค คือเกิดเป็นโรคปิตตะ โรควาตะ และเสมหะ ตามลำดับ จึงจัดรสยาแก้ไว้ดังนี้
•คิมหันตฤดู (ฤดูร้อน) เกิดโรคเพื่อเตโชธาตุพิการ โรคปิตตะพิการคือดีพิการ ควรใช้ยารสเย็นและจืด
•วสันตฤดู (ฤดูฝน) เกิดโรคเพื่อวาโยธาตุพิการ คือ โรควาตะ โรคลม ควนใช้ยารสร้อนและรสสุขุม
•เหมันตฤดู (ฤดูหนาว) เกิดโรคเพื่ออาโปธาตุพิการ คือ สมุฏฐานเสมหะ ควรใช้ยารสสุขุมหรือรสเปรี้ยว
รสยาแก้ตามกาล
รสยาแก้ตามกาลเวลา หรือตามยามนี้ จัดไว้โดยมุ่งหมายเพื่อให้คนไข้ได้รับประทานยา (กินยา) ให้ทันหรือตรงกับสมุฏฐานของโรคซึ่งเกิดขึ้นในเวลาหรือกาลนั้นๆ ในคัมภีร์กล่าวไว้ทั้งหมดกาล 3 และกาล 4 จะได้ยกตัวอย่างให้นักศึกษาได้ทราบทั้ง 2 กาล คือ
•กาล 3 คือ กลางวัน แบ่งออกเป็น 3 ยาม กลางคืนแบ่งออกเป็น 3 ยาม คือ
ยามที่ 1 นับแต่ 06.00 น. ถึง 10.00 น. หรือนับแต่ 18.00 น. ถึง 22.00 น.
เกิดโรคเพื่อเสมหะ ใช้น้ำกระสายยารสเปรี้ยว
ยามที่ 2 นับแต่ 10.00 น. ถึง 14.00 น. หรือนับแต่ 22.00 น. ถึง 02.00 น.
เกิดโรคเพื่อโลหิตและดี ใช้น้ำยากระสายยารสขม
ยามที่ 3 นับแต่ 14.00 น. ถึง 18.00 น. หรือนับแต่ 02.00 น. ถึง 06.00 น.
เกิดโรคเพื่อลม ใช้น้ำกระสายยารสร้อน
•กาล 4 คือ ท่านแบ่งไว้เป็นกลางวัน 4 กลางคืน 4 ตอน ดังนี้
ยามที่ 1 นับแต่ (ย่ำรุ่ง) 6.00 น. ถึง 9.00 น. หรือนับแต่ 18.00 ถึง 21.00 น.
เป็นสมุฏฐานอาโป พิกัดเสมหะ
ยามที่ 2 นับแต่ 9.00 น. ถึง 12.00 น. หรือนับแต่ 21.00 น. ถึง 24.00 น.
เป็นสมุฏฐานอาโป พิกัดโลหิต
ยามที่ 3 นับแต่ 12.00 น. ถึง 15.00 น. หรือนับแต่ 00.00 น. ถึง 03.00 น.
เป็นสมุฏฐานอาโป พิกัดดี
ยามที่ 4 นับแต่ 15.00 น. ถึง 18.00 น. หรือนับแต่ 03.00 น. ถึง 06.00 น.
เป็นสมุฏฐานอาโป พิกัดวาตะ (ลม)

แสดงความคิดเห็น