รอบรู้เรื่องคุมกำเนิด

การคุมกำเนิด  หมายถึง  การชะลอการเกิด เป็นการป้องกันการปฏิสนธิ  โดยมิให้ไข่ได้มีโอกาสผสมกับตัวอสุจิ   ส่วนการคุมกำเนิดแต่ละวิธีมีประสิทธิภาพในการใช้แตกต่างกัน  แล้วแต่สามีภรรยาจะเลือกใช้วิธีใดจึงจะสะดวกที่สุด ที่ใช้กันแพร่หลายมีดังต่อไปนี้



1.การคุมกำเนิดแบบถาวร   ใช้เมื่อมีบุตรจำนวนเพียงพอแล้ว
   1.1. การผ่าตัดทำหมันชาย   คือ  การผ่าตัดท่อนำอสุจิแล้วตัดให้ขาดจากกัน  เพื่อไม่ให้ตัวอสุจิไหลผ่านออกไปสู่ท่อนำอสุจิส่วนปลาย  หรือออกสู่ภายนอกทำให้มีการตั้งครรภ์  โดยแพทย์ฉีดยาชาเฉพาะที่  แล้วใช้เวลาการผ่าตัด  15 - 20  นาที  ภายหลังการผ่าตัดแล้วประมาณ 7 วัน แผลผ่าตัดจะหายสนิท  สามีสามารถร่วมเพศกับภรรยาได้  แต่ใน 3 เดือนหลังผ่าตัด สามีควรสวมถุงยางอนามัยเมื่อมีการร่วมเพศ  เพราะเชื้ออสุจิยังคงคั่งค้างอยู่ในท่ออสุจิอาจทำให้ภรรยามีการตั้งครรภ์ได้



1.2. การทำหมันหญิง   กาผ่าตักท่อรังไข่ทั้งสองข้าง  เพื่อให้ไข่ไม่สามารถผสมกับตัวอสุจิได้  จึงไม้เกิดการต้งครรภ์  การทำหมันหญิงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท  คือ  การทำหมันเปียก  คือ การทำหมันหลังคลอดบุตรแล้วภายใน 24 - 48  ชั่วโมง  วิธีนี้ทำได้ง่ายและเป็นที่นิยม   อีกวิธีคือ  การทำหมันแห้ง  คือ เป็นการผ่าตัดในช่วงเวลาที่ไม่มีการคลอด  หรือคลอดบุตรมาเป็นเวลานานแล้ว  แพทย์อาจสอดเครื่องมือเข้าไปผ่าตัดทางช่องคลอด  วิธีนี้เป็นที่นิยมมากขึ้น



2. การคุมกเนิดแบชั่วคราว   เป็นการคุมกำเนิดตามช่วงเวลาที่ไม่ต้องการมีบุตร  เมื่อต้องการมีบุตรเมื่อใดก็หยุดใช้จะทำให้มีบุตรได้ตามต้องการ
     1. ถุงยางอนามัย  เป็นวัสดุที่ใช้แล้วต้องทิ้งไม่สามารถนำมาใช้ใหม่ได้  โดยมีวิธีการใส่ดังนี้  ควรใส่ตอนอวัยวะแข็งตัวและยังไม่หมดอายุไม่มีรอยฉีกขาด  อีกทั้งต้องใช้ทีละอันไม่ควรใส่ซ้อนกัน  และปัญจุบันยังมีแบบใช้กับอวัยวะเพศหญิงแต่ยังไม่เป็นที่นิยมเพราะยังมาราคาแพง




2.ยาคุมกำเนิด   ยาเม็ดคุมกำเนิด  มี 3 แบบ คือ แบบ 21 เม็ด แบบ 28 เม็ด  และแบบ 2 เม็ด ซึ่งมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน

2.1.ยาคุมชนิด 28 เม็ด เม็ดยาที่เพิ่มขึ้นมา ๗ เม็ดเป็นวิตามินที่ช่วยให้กินยาต่อเนื่องโดยไม่ลืม

2.2.ยาคุม 21 เม็ด  เมื่อกินหมดแผง ให้เว้นไป ๗ วันแล้วจึงเริ่มแผงใหม่  ส่วนยาคุม ๒๘ เม็ด ให้กินแผงใหม่ติดต่อไปได้เลย

วิธีการกินยาคุม แผงแรก ให้เริ่มกินเม็ดแรก ภายใน ๕ วันแรกของการมีประจำเดือน  แล้วกินติดต่อกันทุกวัน วันละ ๑ เม็ดจนหมดแผง

              - กิน ๑๔ วัน แล้วจึงจะมีผลต่อการป้องกัน

              - ถ้าลืมกิน ๑ วัน  ให้กิน ๒ เม็ดในวันถัดไป

              - ถ้าลืมกิน ๒ วัน ให้กิน ๒ เม็ดในวันที่สาม และอีก ๒ เม็ดในวันที่ ๔

              - ถ้าลืมกิน ๓ วันขึ้นไป ควรหยุดกินยาคุมแผงนั้นไปเลย และใช้วิธีคุมกำเนิดชนิดอื่ก่อน   
                 เช่น   ใช้ถุงยาง  แล้วจึงเริ่มกินแผงใหม่ในการมีประจำเดือนรอบถัดไป     
 2.3.แบบ 2 เม็ด (ยาคุมฉุกเฉิน) ต้องกิน ๒ เม็ด  ดังนี้
–เม็ดแรก กินทันทีหรือภายใน ๗๒ ชั่วโมง (สามวัน) หลังการมีเพศสัมพันธ์ (ยิ่งกินเร็วยิ่งมี
   ประสิทธิภาพ)

–เม็ดที่สอง  กินหลังเม็ดแรก ๑๒ ชั่วโมง

–ระหว่างเม็ดที่ ๑ และ ๒ ไม่ควรมีเพศสัมพันธ์

•กินถูกวิธี มีประสิทธิภาพป้องกันการตั้งครรภ์ ๘๕%

•ปริมาณฮอร์โมน ๔ เม็ด เท่ากับยาคุม ๒๑ เม็ด

•อาจมีผลข้างเคียงต่อผู้หญิง

•ใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ควรใช้เป็นวิธีการคุมกำเนิดประจำ

•ยานี้ทำให้ผนังมดลูกหนาขึ้น ไม่ให้อสุจิฝังตัว
3. การใส่หวงอนามัย   เป็นเครื่องมือที่ใส่ไว้ในโพรงมดลูก  ให้มีการ
    เคลื่อนไหวจนกระทั่งไข่และอสุจิที่ผสมแล้วไม่สามารถฝังตัวได้จึง
    ไม่เกิดการตั้งครรถ์   การใส่ห่วงจำเป็นต้องให้แพทย์เป็นผู้ใส่ให้
    และอาจมีผลข้างเคียงอยู่บ้าง  โดยมีอาการปวดท้อง มีเลือดออก 
    หรือมีตกขาว
 
4. การฉีดยาคุมกำเนิด  ช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ได้ดี  และไม่ยุ่งยาก 
     ฉีดครั้งเดียวป้องกันได้ 3 เดือน  เวลาที่เหมาะสำหรับฉีดเข็มแรกคื
     ระหว่าง 5 วันแรกของการมีประจำเดือน และฉีดเข็มต่อไปทุกๆ
     3 เดือน   เมื่อต้องการมีบุตร  ควรเลิกฉีดยา  ประจำเดือนจะมา
     และมีบุตรได้ภายใน 3 - 12 เดือน

 5.การนับระยะปลอดภัย   วิธีนี้เหมาะสำหรับสตรีที่มีประจำเดือนเป็นปกติ
    หน้าเจ็ดหลังเจ็ด  คือนับก่อนมีประจำเดือน 7 วัน และหลังมีประจำเดือน
    7 วัน(รวมวันที่เป็นทั้งหมดด้วย) เป็นระยะที่ปลอดภัยของการตั้งครรภ์

  **นอกจากนี้ยังมีอีกหลายวิธี  เช่น การฝังเข็ม  ยาเม็ด  ครีม  หรือเยลลี่  ใส่ในช่องคลอด  เพื่อทำลายตัว
    อสุจิไม่ให้เข้าไปผสมกับไข่
ข้อห้ามการคุมกำเนิด
1. คู่สมรสที่อายุมาก  เช่นสตรีที่แต่งงานเมื่ออายุมากกว่า 30 ปี
2.ภรรยาที่มีบุตรยาก  เช่น  ผุ้ที่มีเยื่อบุมดลูกอักเสบ
3. หญิงที่มิได้แต่งาน  ควรป้องกันการร่วมเพศมากกว่าการคุมกำเนิด

แสดงความคิดเห็น