ลูกหม่อน หรือ มัลเบอรี่ (Mulberry)


ลูกหม่อน

หม่อน  เป็นที่รู้จักของคนไทยโดยทั่วไปในรูปแบบของการปลูกเพื่อนำมาเลี้ยงไหม  เพื่อให้ตัวไหมได้กินและผลิตเส้นใยของไหมเพื่อนำมาผลิตเป็นผ้าไหม  โดยเฉพาะ คนในภาคอีสานกับภาคเหนือ







พันธุ์ของหม่อน    มี 2 ชนิด  คือ
เลี้ยงไหม
 1. ชนิดที่ผลิตใบมาก  พันธุ์นี้จะนิยมไปเลี้ยงตัวไหมและผลิตไยไหมและผ้าไหม
 2. ชนิดที่ปลูกเพื่อกินผล  พันธุ์นี้ใบจากไม่ใหญ่แต่จะให้ผลมากนิยมนำมารับประทานหรือแปรรูป








                                                         
กิ่งชำ
                                                              การปลูกหม่อน

      การปลูกหม่อน  ปลูกได้ง่ายโดยใช้กิ่งที่แก่พอดีมาปักชำในถุงเพาะชำหรือจะนำกิ่งไปเสียบลงในพื้นที่ปลูกได้เลย(แต่ต้องเป็นช่วงฤดูฝนเท่านั้นเพราะไม่ต้องรดน้ำ)
      พื้นที่เพาะปลูก  สามารถปลูกได้เกือบทุกพื้นที่ของประเทศ  แต่ที่ได้ผลดีต้องปลูกในที่ดอนมากกว่าที่ลุ่มเพราะจะได้ผลผลิตมากกว่า  มีคุณภาพดีกว่าลูกก็โตกว่าที่ลุ่ม
      ใส่ปุ๋ยจำพวก มูลสัตว์หรือปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น  รดน้ำเพื่อเพิ่มผลผลิต


              
      คุณค่าทางร่างกาย

ลูกหม่อน  มีวิตามินและแร่ธาตุมากเช่น กรดโพลิค  ที่ช่วยในลดความเสี่ยงพิการด้านสมองหรือเกี่ยวกับโรคอัลไซเมอร์  นอกจากนั้นยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น แอนโธไชยานิน เควอซิติน ที่ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็ง  แก้โรคไขข้ออักเสบ  ท้องผูก  โลหิตจาง  ขับเสมหะ  มีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือดตับลดการเกิดสิว และปวดประจำเดือน





                                                                            
ใส่ต้มไก่
คุณค่าทางโภชนาการ

   การนำผลผลิตจากหม่อนมาปรุงอาหาร
1. ใบสดนำมาปรุงอาหารได้เช่น ต้มกับปลา  ไก่  เนื้อ  ทำให้อาหารกลมกล่อม
2. ลูกหม่อนสด  กินผลที่มีสีม่วงอมแดงรสชาติเปรี้ยวอมหวาน
3. ลูกหม่อน สามารถนำมาแปรรูปได้หลายชนิด เช่น ปั่นกินน้ำ อบแห้ง  แยม  ไวน์ หรือเป็นส่วนประกอบของอาหารอื่นได้




นำ้มัลเบอรี่

















ประโยชน์เพิ่มเติม
  1. มีสารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ชื่อ Anthyocyanin ซึ่งเป็นสารสีม่วงแดง ช่วยป้องกันโรคหัวใจ และป้องกันโรคมะเร็ง
  2. มีวิตามินบี 6 ช่วยบำรุงเลือด ตับ ไต ลดการเกิดสิว ลดอาการปวดประจำเดือน
  3. ป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันเส้นเลือดแตก สาเหตุของโรคอัมพฤก อัมพาต
  4. มีวิตามินซี สูง ช่วยป้องกันหวัด โรคภูมิแพ้ โรคปอด วัณโรค ป้องกันเชื้อไวรัส
  5. มีวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตา ป้องกันการเกิดต้อกระจก (ป้องกันแสงสีน้ำเงินเข้าทำลายเลนส์ตา) บำรุงเหงือกและฟัน สร้างภูมิให้ระบบหายใจ บำรุงผิว ลดการอักเสบของสิว
  6. มีกรดโฟลิค หรือวิตามินใบไม้ หรือวิตามินเอ็ม ป้องกันโรคโลหิตจาง ป้องกันทารกพิการ ช่วยการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ หญิงแรกตั้งครรภ์เดือนแรกต้องการกรดโฟลิค
  7. ช่วยแก้อาการเมาค้าง ผ่อนคลายความเครียด
  8. ช่วยบำรุงเส้นผมให้ดกดำ ป้องกันผมหงอกก่อนวัย
แสดงความคิดเห็น