มหัศจรรย์ของไส้เดือน

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนดิน

     ไส้เดือนดิน  เป็นสัตว์ที่บางคนน่ากลัวขยะแขยง  แต่อย่าลืมไปว่าหากพบไส้เดือนดินที่ไหนนั่นก็หมายความว่าดินแห่งนั้นอุดมสมบูรณ์มาก   ซึ่งในปัจจุบันนี้ความต้องการปริมาณของไส้เดือนค่อนข้างมาก  เช่น การนำไปเป็นอาหารสัตว์เลี้ยง  หรือธุรกิจการส่งออกไปยังต่างประเทศในรูปแบบของตากแห้ง   แต่อย่าลืมว่าปริมาณความต้องการเพิ่มแต่การผลิตตังน้อยมาก
     ดังนั้น   ต้องมีกระบวนการผลิตขึ้น   ซึ่งก็ไม่ยากมากนักทุกคนสามารถทำได้  และประโยชน์ของไส้เดือนนั้นก็มีมาก
     
วงจรชีวิตของไส้เดือนดิน
1. ระยะถุงไข่
 2. ระยตัวอ่อน
         3. วัยก่อนเจริญพันธุ์
    4. ระยะตัวเต็มวัย
  

           สายพันธุ์ของไส้เดือนดิน

1. สายพันธุ์ Lumbricus rubellus (ไส้เดือนแดง)
2. สายพันธุ์  Eisenia foetida  (ไทเกอร์)
3. สายพันธุ์ African night crawler (แอฟริกัน ไนท์ 
    ครอเลอร์)
4. สายพันธุ์ Pheretima peguana (ขี้ตาแร่)



การเลี้ยงไส้เดือนดิน

   สามารถทำได้ไม่ยากนัก  โดยหาวัสดุที่หาได้ตามท้องถิ่นราคาไม่แพง  เช่น วงท่อซีเมนต์ ถังพลาสติก  โรงเรือนไม้ไผ่  ก่ออิฐบล็อก  ตู้ลิ้นชัก
วิธีทำคือ 
     1. นำวัสดุที่ทำเป็นบ่อเลี้ยงมาเจาะรูส่วนที่ราดต่ำสุดของวัสดุเพื่อเป็นการระบายน้ำจากมูลไส้เดือน   เสร็จแล้วนำไปไว้ในที่ร่มไม่ให้น้ำฝนตกถูกแต่ต้องสามารถรักษาความชื้นของบ่อได้
     2. ส่วนผสมของวัสดุเลี้ยง  นำมูลสัตว์ 2  ส่วน ต่อดิน 8 ส่วนมาผสมกัน แล้วนำลงบ่อเลี้ยงหนา 3 - 5 นิ้ว  รดน้ำให้มีความชื้น 70 - 80 % ปิดด้วยแผ่นพลาสติกหมักทิ้งไว้ 20 วัน แล้วจึงนำไส้เดือนมาปล่อยลง  อัตราส่วน 1 กก. ต่อ  1 ตารางเมตร แล้วจึงใส่ขยะให้ไส้เดือนดินย่อยสลาย
     3. การใส่ขยะ  จะเทขยะลงไปในบ่อเป็นจุดแล้วค่อยคลาดเกลี่ยให้ทั่วบ่อ (ก่อนนำขยะมาให้ไส้เดือนย่อยสลายควรแยกขยะเสียก่อนเช่นพวกถุงพลาสติกออกก่อน) และไม่ควรเทขยะหนาจนเกินไปเพลงจะทำให้ขยะเกิดความร้อนไส้เดือนจะหนีลงไปในดินลึกไม่ขึ้นมาย่อยสลายขยะ

การแยกไส้เดือน    ถ้าเลี้ยงในพื้นที่ขนาดเล็กก็ใช้มือแยกออกได้  แต่ถ้าเลี้ยงในพื้นที่ขนาดใหญ่ ก็สามารถตักไส้เดือนออกมาฉีดน้ำล้างเอาไส้เดือนได้
การแยกมูลไส้เดือน  ก่อนแยกมูลไส้เดือนควรงดให้อาหารหรือขยะประมาณ 2 สัปดาห์  เพื่อลดความชื้นของดินและง่ายต่อการคัดแยก  เพราะถ้าดินมีความชื้นน้อยลงไส้เดือนก็จะมุดลงไปใต้ดินที่ลึกกว่า  เราก็สามารถตักเอาดินด้านบนขึ้นมา  แล้วนำไปตากในที่ร่มผึ่งไว้ประมาณ 3 - 5 วัน  แล้วจึงนำมาร่อนหลังจากนั้นก็นำดินที่ได้มาเพาะปลูกได้
น้ำหมักมูลไส้เดือน  เป็นผลผลิตอีกชนิดหนึ่งของมูลไส้เดือน เพราะเป็นน้ำที่ได้จากการหมักเศษวัสดุที่ปนมากับมูลและเมือกของไส้เดือน  จะมีลักษณะเป็นของเหลวมีสีดำไม่มีกลิ่นเหม็น  สามารถเก็บไว้ในภาชนะเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไปได้

ประโยชน์และการนำไปใช้

     1.ผลผลิตของน้ำหมักและมูลไส้เดือน   สามารถนำไปเพาะปลูกพืชได้หลายชนิด เช่น ไม้ดอก พืช  
        ผัก หรือพืชไร่   โดยสามารถนำมาเป็นส่วนผสมกับวัสดุปลูกพืช  การใช้ปุ๋ยหมักมูลไส้เดือนจะทำ
        ให้สภาพดินดีขึ้นช่วยเพิ่มจุลนินทรีย์ในดินมากขึ้น  เพิ่มความจุของดินขึ้น    ส่วนการนำน้ำหมัก
        มูลไส้เดือนต้องผสมกับน้ำเพื่อเจือจางลดความเข้มข้นลง  
     2.ตัวไส้เดือนดินสามารถนำไปจำหน่ายและเลี้ยงสัตว์ได้หลายชนิดลดค่าอาหารสัตว์ได้ดี
     3.ช่วยลดปริมาณขยะในครัวเรือนได้


     จะเห็นได้ว่าไส้เดือนนั้นมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตในแต่ละวันของเราได้เหมือนกัน  ดังนั้นคนที่คิดกว่าและขยะแขยงต่อไส้เดือนควรพิจารณาใหม่ได้แล้วนะครับ

แสดงความคิดเห็น